ขายอุปกรณ์เดินป่า ขายอุปกรณ์ช่าง เครื่องมือช่าง มือหนึ่ง มือสอง

 
ภาพประจำตัวสมาชิก
bordan
หัวข้อ เจ้าของ
โพสต์: 12822
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 28 มิ.ย. 2017 14:38
ที่อยู่: เลขที่บัญชี 059 038 9813 ธ.กรุงเทพ กทม.
PM

สวัสดียามเช้า 22 ก.ค.64/ ของใช้งาน /เรียนเชิญครับ

พฤหัสฯ. 22 ก.ค. 2021 08:40

สวัสดีเพื่อนสมาชิกทุกๆท่าน พบกันเช่นเคย ตั้งใจใคร่ครวญในสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงได้บัญญัติบอกสอนเอาไว้กันนะครับ อย่างที่เคยได้บอกกันไปแล้ว คนที่จะมีความสุข ความสงบ ร่มเย็นกันอยู่ได้ในสถานการณ์ อย่างนี้ ก็ต้อง มีธรรมะ มาช่วย ในการที่จะดับกองทุกข์ อันที่มีกระทบกันเข้ามาอย่างมาก ในปัจจุบัน ก็เพราะว่าผัสสะ คือสิ่งที่เข้ามากระทบ ในสิ่งที่ ตา หู จมูก ลิ้น กายใจ ที่เรารับรู้อยู่ในความไม่สบายอกสบายใจ กันอยู่ทุกวัน คนที่ไม่เข้าและรอบรู้ในเหตุเกิด และความดับ ของสิ่งเหล่านี้ กันไปโดยทั่วถึงถูกต้อง ก็จะมีความรู้สึก อ่อนไหว ไปกับ สิ่งที่เข้ามากระทบ อยู่ในทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กันอยู่ โดยที่มี ความหลงผิด ในสิ่งเหล่านั้น ว่านั่น เป็นตัวเรา เป็นของๆเรา ว่านั่นเป็นตัวตนของเรา ใครที่หลงยึดติดอยู่ในอายตะนะ ทั้งหลายที่ เรารับมาแล้ว หลงยึดติดอยู่ในความหลงผิดอย่างเหนียวแน่น อย่างนั้น ก็จะมีความอ่อนไหว ไปกับอารมณ์ อันที่กระทบกัน ในอายตะนะทั้งหลาย คือเมื่อมี ผัสสะ คือการกระทบกันแล้วของอายตะนะ ภายนอก กระทบกับอายตะนะภายใน แล้วก็เกิด ผัสสะ คือการรับรู้ ในการกระทบนั้น แล้วมี เวทนา เกิดขึ้นตามมา คือความสุข ความทุกข์ และอทุกขมสุข อันที่มนุษย์ทุกคนล้วนแต่ต้องมี กันอยุ่อย่างนี้กันทุกๆคน ไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าคนๆนั้นจะนับถือบูชา เคารพ ในสิ่งใดๆ ก็ไม่อาจที่จะเป็นอื่นไปได้ ตามธรรมชาติ ที่พระพุทธองค์ทรงได้ บัญญัติ และทรงตรัสไว้ ในสิ่งอันเป็นธรรมชาติ ที่ล้วนแต่เป็นอยุ่ ในมนุษย์และสัตว์โลกทั้งหลาย ที่มี ขันธุ์ทั้ง๕ อยู่ ในตัวตน ก็จะมีอาการแห่งความที่เมื่อมีสิ่งใดๆเข้ามากระทบ คือมีผัสสะ แล้ว ทุกคนล้วนแต่มีเวทนา อันติดตามมา ด้วยกันทั้งสิ้น เมื่อได้รับผัสสะอันไม่ดี ทุกขเวทนา ก็ย่อมบังเกิด เมื่อได้รับผัสสะที่ดี สุขเวทนา ก็ย่อมบังเกิด เมื่อไม่มีผัสสะกระทบ หรือมีกระทบแล้ว ไม่รู้สึกอะไร ก็เรียกว่า เป็นอทุกขมสุข หรือ อุเบกขา คือไม่สุขไม่ทุกข์ เวทนา อันเกิดจากผัสสะเป็นเหตุ ก็ล้วนแต่มีอยู่ในสัตว์ทั้งหลาย อยู่ด้วย อาการอย่างนี้ ไม่มีใครที่จะมีอะไรที่จะผิดแผกแตกต่างไปจาก สิ่งที่พระพุทธองค์ท่านทรงบัญญัติเอาไว้ อย่างนี้กันไปได้ เมื่อพระพุทธองค์ท่านทรงรู้อย่างนี้ แล้ว ก็ทรงรู้ต่อมาว่า เหตุเกิดและความดับไปได้ของสิ่
งที่เรียกว่าความสุข ความทุกข์ และอุเบกขา นั้นก็คือความดับแห่งผัสสะ และความดับแห่งผัสสะ ก็มีได้ด้วยความดับแห่ง สฬายะตะนะ คือการที่อายตะนะจะกระทบกันได้นั้น จะไม่พึงมีได้ ก็ด้วยการที่เรานั้นสำรวมอินทรีย์ คือการที่เราระวังอยู่ในการสำรวมในอินทรีย์ ทั้งหลายกันอยุ่ คือสำรวมอยุ่ใน ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อยู่ โดยถูกต้อง เป็นจริง เมื่อมีการสังวรณ์ สำรวม ระวัง ในอินทรีย์ทังหลายกันอยู่อย่างถูกต้อง เมื่อมีผัสสะ อันบังเกิดจาก สฬายตะนะยะ ที่มันกระทบกัน แล้วมีผัสสะตามมา เมื่อ วงจร แห่งการบังเกิดขึ้นของ เวทนา นั้น เกิดขึ้นมาแล้ว คนที่ไม่ได้รู้อย่างทั่วถึง ในเหตุบังเกิดขึ้นและความดับไปได้แห่งวงจร เหล่านี้ ก็จักหลงเข้าใจผิด ในสิ่งที่ธรรมชาติมันเป็นไป คือเมื่อลูกตากระทบกับภาพ ก็ มีวิญญานทางตาเข้าไปรับรู้ ว่าภาพนั้น เป็นภาพที่ เรามีอารมณ์ ในการรับรู้เป็นอย่างไร ??? ภาพที่ไม่น่าดู ไม่น่าพอใจ ก็บังเกิดทุกขเวทนา ตามมา หู จมูก ลิ้น กายใจ ก็ล้วนเต่เป็นอยู่อย่างนี้ ทั้งสิ้น คือเมื่อ ผัสสายตะนะทำงานแล้ว สัตว์ทั้งหลายก็ย่อมที่จะมีอารมณ์ความรู้สึก ไปกับสิ่งเหล่านั้น พระงอค์ทรงบัญญัติไปอีกว่า การจะกล่าวในเรื่องสุข ทุกข์ ใดๆ โดยเว้นขาดจาก ผัสสายะตะนะทั้ง6 อันเป็นที่มานั้นไม่ใช่ฐานะที่จะเป็นไปได้
ฉนั้น คนทั้งหลายในโลก ก็จึงได้แต่บัญญัติ ในความสุข ความทุกข์อันล้วนแต่บังเกิดจากสิ่งเหล่านี้ กันทั้งสิ้น ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า สุข อันที่ไม่ได้บังเกิดขึ้นจาก ผัสสะ นั้น อันที่จริงก็มีอยู่ ซึ่งเป็นสุข แบบที่พระบรมศาสดาทรงตรัสว่าเป็นสุขอันไม่อิงอยู่ด้วยอามิส คือสิ่งที่มันไม่ได้อาศัย อามิสที่มาจาก ตา หู จมูก ลิ้น กายใจ แล้วจิตก็ปรุงแต่งไป ในสิ่งที่ผัสสะรับมาเกิดเป็น สุข ทุกข์ และอุเบกขา แล้วก็เกิดเป็น ตัณหา อุปาทาน แล้วก็ภพ ส่วนสุขอันไม่อิงอยู่ด้วยอามิสนั้น เกิดขึ้นมาแล้ว วงจร แห่งการเกิดเป็นกองทุกข์นั้น ไม่สืบต่อ มา คือเป็นความสุขอันไม่เกี่ยวเนืองด้วยอามิส จาก ผัสสายะตะนะ ที่ต้องมีอะไร ไปทำให้มันเกิด/ดับ วนเวียน อยู่ในกองทุกข์ ตรงนี้ก็หลายคนก็คงไม่เข้าใจ เพราะเป็นสิ่งที่ หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนว่า สุขอันที่ไม่ต้องอิงอยู่กับอามิส คืออายตะนะที่รับเอาผัสสะมาแล้ว เกิดเป็นเวทนา ซึ่งเกิดขึ้น เพราะการที่มีอามิสเป็น ปัจจัยเครื่อง ก่อให้เกิดขึ้นนั้น มันเป็นสิ่งที่ปรุงแต่งได้ ไปตาม การกระทบซึ่งกันและกัน ของ ธาตุ ที่มันทำหน้าที่ ของมัน แล้วจิตเข้าไปรับรู้ใน อารมณ์เหล่านั้น เกิดเป็น เวทนา แล้วเมื่อไม่มีสติระลึกรู้อยู่โดยถูกต้อง ในความเป็นจริง จิตที่หลงเข้าไปยึดติดหรือผูกติดกับอารมณ์เหล่านั้น ก็ย่อมที่จะเพลิดเพลิน เรียกว่าจิตมีสัญโยคะ คือผูกติดกับอารมณ์ ไปด้วยอำนาจแห่งความเพลิน เกิดเป็น เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ และก็จบลงด้วย ชรามรณะ วงจรแห่งการเกิดขึ้นแห่ง กองทุกข์ มันเป็นสิ่งที่จิตไปรับเอาอารมณ์มาเป็นเครื่องไตร่ต่อ ให้วงจรแห่ง ปฎิจสมุปันธรรม มันเกิดขึ้น
ฉนั้นเมื่อเรา ละทิ้งความเพลินเสีย แล้วนำจิตมาตั้งอยู่ ในอารมณ์ อันเดียวไว้ วงจร ที่กล่าวมาก็ขาดลง พระพุทธองค์ก็จึงตรัสว่า ความเพลินใด ความเพลินนั้นคือ อุปาทาน และอุปาทานหรือความเพลินใดๆ ก็ล้วนแต่ประชุมลงในความทุกข์ ทั้งสิ้น ฉนั้นเราอยากที่จะไม่ต้องเวียนว่ายอยู่ในกองทุกข์ ก็ต้องละเสียซึ่งความเพลิน คือการที่เอาจิตมาตั้งไว้ ในสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงแนะนำสั่งสอน ก็คือให้นำจิต นั้นมาตั้งไว้ ใน สติปัฏฐานทั้งสี่ คือใน กาย เวทนา จิต ธรรม พอจิตมันเคลื่อนไปตั้งในอารมณ์อื่น แล้วให้รีบทิ้ง ความเพลิน พอใจ ดึงจิตมาตั้งไว้ในสิ่งที่เรากำหนดไว้ ทำอยู่อย่างนี้ ก็จะเห้นว่า วงจร แห่ง ปฎิจสมุปันธรรม อันที่เป็นธรรมอันอาศัยกันและกันในการเกิด/ดับ ก็จะขาดลง เมื่อสายแห่งวงจร ปฏิจสมุปบาทมันขาดลง เหตุเพราะรู้เท่าทันในอารมณ์อันจิตเข้าไปรู้ แล้วรีบละวาง ในความเพลินเหล่านั้น เสีย เมื่อความเพลิน ดับ คือความพอใจในอารมณ์เหล่านั้นดับ อุปาทาน ก็ย่อมที่ดับ เมี่ออุปาทานไม่มี อยู่ในสิ่งที่จิตเข้าไปตั้งอาศัย ด้วยความหลงผิด อย่างนั้นอยุ่ ภพ อันเป็นสิ่งที่เป็น สิ่งไตร่ต่อ มาจาก อุปาทาน ก็ดับลง เมื่อภพ คือสถานที่วิญญานมันสามารถไปตั้งอาศัยได้ นั้นดับลง ไม่มีวิญญานเข้าไปตั้ง อยู่ ชาติ คือการบังเกิดแห่งดวงจิต ที่มันบังเกิดขึ้นมาด้วยเพราะจิตมีที่ตั้ง ก็ขาดลง เมื่อชาติคือการบังเกิดขึ้นแห่งดวงวิญญาน นั้นขาดลง แก่ ชรา มรณะ ก็ไม่อาจที่จะบังเกิดขึ้นมาได้ และเมื่อ แก่และตายไม่มี ถามว่า ความทุกข์ มันก็จึงไม่มี ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า ถ้าจิตเราไม่ไปตั้งอาศัยในความทุกข์ ที่ผัสสะมันรับเอามา ถอนความยึดมั่นคืออุปาทานออกมาจากสิ่งเหล่านั้นได้ ความทุกข์โศกร่ำไรรำพันอยุ่ในสิ่งเหล่านั้น ก็จึงไม่มี แม้จะมีผัสสะมากระทบอยู่ แต่ก็ไม่ได้ถือเอามารับรู้ ไปด้วยความหลงผิด เมื่อวิญญานอันเป็นตัวธาตุรู้ มันไม่ยึดติดอยู่ในความหลงผิด นี่คือผู้ที่มีปัญญา อันเป็นเครื่องชำแรก กิเลสตัณหาที่เข้าไปหลงยึดอยุ่กับสิ่งที่มัน ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และก็ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง ออกมาเสียได้ คนที่มีปัญญา ระลึกรู้อยู่ในดวงจิต ที่มันเข้าไปตั้ง อาศัยอยู่ในอารมณ์ ที่เข้ามากระทบอยู่ ตามธรรมชาติได้อย่างถูกต้อง อย่างนี้ ก็ย่อมที่จะไม่เป็นผุ้ที่มีความทุกข์ อันบังเกิดขึ้นมาได้ เพราะเขาละความหลงผิดไปด้วยเพราะมี ปัญญา หรือมี วิชชา ผู้ที่กระทำเรื่องนี้ให้แจ้ง ผู้นั้นก็เท่ากับว่า เป็นผู้ที่ก้าวล่วงกองทุกข์ออกมาเสียได้ ไม่ติดจมอยู่ในกองทุกข์ อยุ่อีกต่อไป และนี่คือประโยชน์ ที่เรามาทำการฝึกฝนจิต ให้มี อารมณ์ อันเดียว ในการที่รับรู้อยุ่ในสิ่งที่จิต มันเข้าไปตั้งอาศัย แล้วมีปัญญา สลัดทิ้งปล่อยวาง สิ่งอันเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน ออกมาเสียได้ ตรงนี้แหละ ความสุขอันที่แท้จริงก็จะพึงบังเกิดขึ้นมา ด้วยเหตุที่เกิดจากความปิติ อันเกิดจากปัญญา ในเหตุที่จิตสามารถหลุดพ้นออกมาจากสิ่งที่มันมีการปรุงแต่งได้ มาสู่อีกระบบ ที่ไม่มีการปรุงแต่ง พระบรมศาสดาทรงตรัสว่า เป็น ระบบของ อสังขตธาตุ อสังขตธรรม คือไม่มีอะไรไปปรุงแต่งมันได้ ความปีติ ความสุข มันบังเกิดขึ้นมาโดยไม่ต้องอาศัยการที่จิตต้องไปปรุงแต่ งหรือต้องไปอาศัย ผัสสายะตะนะที่ต้องไปรู้ไปเห็นไปสัมผัสมันมา จากอายตะนะทั้งหลาย อันเป็นเครื่องไตร่ต่อ อารมณ์ เพราะสิ่งที่ผัสสายะตะนะรับมาแล้วไตร่ต่อขึ้นมาเป็น ความสุข ทุกข์ และอุเบกขา คือในเวทนาทั้งหลายเหล่านั้น มันเป็นสิ่งที่ ยังเกิด/ดับได้ มีการปรุงแต่งได้ แต่สุขอันเกิดจากสมาธิ ด้วยการมองเห็นได้ด้วยปัญญา อันไม่อิงอยู่ด้วยอามิส หรือเครื่องไตร่ต่อ จาก อายตะนะ ทั้งหลาย นั้นไม่มีอะไรที่ไปปรุงแต่งมันได้ เพราะมันมีเหตุบังเกิดขึ้นมาด้วยไม่เป็นสิ่งที่ถูกปรุงแต่งได้ มันก็จึงไม่มีความทุกข์ใดๆ เข้ามาแอบแฝง และที่สำคัญ มันไม่เกิด/ดับ คือมันเกิดขึ้นแล้วก็ถาวร เที่ยงแท้ ไม่ย้อนกลับไปกลับมา เหมือนในระบบแห่ง สังขตคือระบบที่ยังมีการปรุงแต่งได้ สาธยายมาถึงตรงนี้ ก็หลายคนก็คงจะงง กันไปเป็นส่วนมากนะครับ ก็ต้องค่อยๆพิจารณากันไป เพราะตรงนี้เป็นหลักแห่งธรรมะที่เป็นการเข้าถึงซึ่ง วิชชา วิมุติ คนที่จะกระทำให้แจ้งได้นั้น ก็นับว่าน้อย แสนน้อย ฉนั้นไม่เข้าใจ ก็ไม่ต้องไปส่งสัยหรือไปคิดอะไรให้มาก เพราะอินทรีย์ของแต่ละคนนั้น แตกต่างกัน (ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) ตัวนี้เป็นกำลังในการตรัสรู้ธรรม คนที่จะเข้าใจ ก็ต้องมีอินทรีย์ ทั้ง๕ อย่างนี้ บริบูรณ์สมบูรณ์ ไม่ย่อหย่อนไปกว่ากันและกัน คนที่ไม่เข้าใจ ไม่รู้เรื่อง ก็ต้องหันไปดู ในอินทรีย์ของตัวเอง ว่าในพละธรรมทั้ง๕นั้น มีตัวไหน ที่เราเองยัง ย่อหย่อน ตรงนี้สังเกตุดูก็จะรู้ได้เองนะครับ ว่าเหตุใดเราจึงไม่เจริญ ก้าวหน้าในธรรมวินัย ที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติบอกสอน ไปเหมือนคนอื่น ก็ต้องตรวจดู ในอินทรีย์ของตนเอง อยู่เสมอๆ ว่าอินทรีย์ของเรานั้น พร้อมที่จะบรรลุธรรมได้อย่างไร แค่ไหน ???? ยกตัวอย่างให้ดูง่ายๆ ก็ได้ว่าแค่ ศรัทธาพละ คืออินทรีย์หรือกำลัง ในการบรรลุธรรมอันดับแรกนั้น เรามีอยู่มากน้อยเพียงใด เราเคารพ เลื่อมใส ศัรทธา ในพระพุทธเจ้า กันอย่างถูกต้องแท้จริง แค่ไหนเพียงใด เราเชื่อในการตรัสรู้ของเท่านแค่ไหน เพียงใด เราเคารพเชื่อฟัง ในสิ่งที่พระพุทธองค์สั่งสอน กันแค่ไหนเพียงใด ท่านให้เรารักษาศีล เจริญภาวนา ทำบุญถวายทาน เรากระทำตามอย่างที่พระองค์ท่านทรงบอก ไว้อย่างถูกต้องแค่ไหนเพียงใด นี่ก็คือเครื่องวัด เครื่องตรวจสอบ ว่าเราเจริญ รุ่งเรืองก้าวหน้าแค่ไหน สำหรับคนที่พอเห็นข้อความพวกนี้ก็รู้ก็เข้าใจไปได้โดยไม่ยาก ก็นั่นแหละ อินทรีย์ ของคนๆนั้น ก็มีถึงพร้อม แล้ว ก็สามารถที่จะรุ้ตามเห็นตามในสัจจะความจริงอันประเสริฐ เหล่านี้กันไปได้โดยไม่ยาก ซึ่งก็ไม่ต้องไปเสียใจ หรือน้อยใจอะไร เพราะเราก็พวก ปลายแถวด้วยกันทั้งนั้น ในยุคนี้ ล่วงเลยเวลามาตั้ง 2500กว่าปี ถึงได้พอ มาเข้าใจ ในสิ่งที่พระองค์ท่าน ถ่ายทอดสั่งสอนเอาไว้ มาตั้งนานแสนนาน ก็เพราะมัวไปหลงผิดกันอยุ่ แต่ก็นั่นเหละชาตินี้ นับว่ามีบุญวาสนาดี ได้มาทำความรู้ ความเข้าใจกันเพิ่มเติม ไปด้วยกันได้ ใครมีกำลัง ก็ย่อมรู้ตัวเองได้ดี ว่า เวลาอันต่อไปจากนี้ ก็คงอีกไม่ไกล แต่สำหรับคนที่ยังมีอินทรีย์บารมียังไม่ถึง ก็สร้างสมกันไปก่อน ไม่มีคำว่าช้า หรือสายเกินไป สำหรับคนที่มุ่งมั่น ก็ด้วยเหตุว่า เรานั้นต่างก็น่าที่จะเบื่อหน่ายอยุ่ในความเวียนว่าย กันมานานมากแล้ว แต่ส่วนถ้าใครที่ยังไม่เบื่อหน่าย ก็นั่นแหละครับ ไม่ต้องทำอะไร ยอมเป็นไปตามกรรม ของสัตว์โลก ก็เวียนว่ายตายแล้วเกิดกันต่อไปอยู่อย่างนี้ ซึ่ง นานๆที ถึงจะได้มาบังเกิดขึ้นเป็นมนุษย์กันอย่างนี้อีก สักครั้ง ใครรอได้ก็รอกันไป เพราะพระพุทธองค์ท่านตรัสไว้ว่า การที่เราทั้งหลายจะได้กลับมาเกิดขึ้นเป็นมนุษย์กันอยุ่อย่างนี้อีกครั้ง ก็ยากพอๆกับการบังเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้า ในเต่ละพระองค์ ซึ่งนานมาก นับเป็นปีไม่ได้ว่ากี่แสนกี่ล้านปี ถึงจะได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์กันอีกที และที่สำคัญ เราดันไปรอ กันอยุ่ ในที่ๆมันเลวร้าย และทุกข์ร้อน คือใน อบายทุคติ กันเสียเป็นส่วนมาก ซึ่งมันไม่คุ้มกันเลย กับความเสี่ยง ที่เราไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงอย่างนั้น เกิดมาชาตินี้มีวาสนา โชคดีกันแล้ว ก็หยิบฉวยเอาสิ่งเหล่านี้ไปลองพิจารณาใคร่ครวญกันดู แล้วก็จะพบความอัศจรรย์ ความจริงที่พระพุทธองค์ท่านทรง ตรัสรู้ เมื่อได้เห็นได้รู้ในความจริงเหล่านั้นก็ไม่ต้องไปเชื่อใคร ๆอีกต่อไป คือมีปัญญา ที่รุ้ได้ด้วยตนเอง แล้วก็เป็นพยานให้แก่ตนเองได้ ไม่ตอ้งอาศัยให้ใครมารับรอง มาเป็นพยานให้เรา และนี่ก็คือหลักแห่งความจริงอันประเสริฐ อันวิญญูชนพึงรุ้เห็นได้ เฉพาะตน ไม่ต้องไปอาศัย การเชื่อ การฟัง การทำ ตามๆกันมาเหมือนวิชาความรู้อย่างอื่น วันนี้ก็พอสมควรแก่เวลา ขออนุโมทนา สาธุ
เบอร์โทรติดต่อ 094 967 9813 ไลน์ไอดี poundph
โอนเงินชำระค่าสินค้ามาที่ ธ.กรุงเทพ จำกัด สาขาสรงประภาดอนเมือง กทม.
เลชที่บัญชี 059 038 9813 ชื่อบัญชี Papon Phu.
มีของใช้งาน ลองพิจารณากันดูนะครับ
1.บล็อกที่ถอดหัวเทียน Heyco w-Germany ของเก่า มี 1 อัน
2.เบนเดอร์ดัดท่อทองแดง อิมพีเรียล 368 FH ของเก่าเอาไปใช้งาน คุณ dfking สถานะโอนเงินเเล้วรอจัดส่งของไปให้วันนี้(22 ก.ค.64)
3.คัตเตอร์ตัดท่อ RIDGID 364 ของเก่าเอาไปใช้งาน
4.สว่านไร้สาย Dewalt 10.8 Volt ของเก่าเอาไปใช้งาน
5.
6.
กฏกติกามารยาทตามประเพณีนิยม จองไว้ อย่าเกิน 2 วัน อย่าเงียบ และอย่า เฉย เมื่อจองแล้ว จะยกเลิกก็ต้องรีบตัดสินใจ เพราะถ้าเงียบไปหรือเฉย จะไม่สามารถจองสินค้าได้อีกในครั้งต่อไป และโอนเงินแล้วก็รีบแจ้งที่อยุ่ส่งของเข้ามา นะครับ โดยปกติผมจัดส่งไปแบบ ธรรมดา ถึงภายใน 7 วันทำการ ถ้าใครต้องการให้ส่งเร็วก็เพิ่มค่าส่งกันได้ จะคำนวณคิดบวกเพิ่มไปตามความเป็นจริง
ท้ายนี้ก็ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกทุกๆท่านที่แวะมาเยี่ยมชมทักทาย และอุดหนุนก็ขอให้ท่านทั้งหลายมีความสุขความเจริญ รุ่งเรืองก้าวหน้าอยุ่ร่มเย็นปลอดภัยกันทุกๆคนนะครับ
แก้ไขล่าสุดโดย bordan เมื่อ พฤหัสฯ. 22 ก.ค. 2021 11:47, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
bordan
หัวข้อ เจ้าของ
โพสต์: 12822
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 28 มิ.ย. 2017 14:38
ที่อยู่: เลขที่บัญชี 059 038 9813 ธ.กรุงเทพ กทม.
PM

Re: สวัสดียามเช้า 22 ก.ค.64/ ของใช้งาน /เรียนเชิญครับ

พฤหัสฯ. 22 ก.ค. 2021 08:49

1.บล็อกที่ถอดหัวเทียน Heyco w-Germany ของเก่า มี 1 อัน ก็เป็นของเก่าน่าจะติดรถ บีเอ็มมานะครับ เห็นตีคำว่า BMW มาด้วย ก็เป็นบล็อกหัวเทียน ที่น่าจะเป็นรุ่นใหญ่ นะครับผมถ่ายเทียบกับบล็อกอันเล็ก ก็จะเเถมไปให้ด้วยก็เเล้วกันนะครับ เผื่อได้เอาไปใช้ ขายไป 130 บาทรวมค่าส่งครับ
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
แก้ไขล่าสุดโดย bordan เมื่อ พฤหัสฯ. 22 ก.ค. 2021 12:23, แก้ไขไปแล้ว 1 ครั้ง.
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
bordan
หัวข้อ เจ้าของ
โพสต์: 12822
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 28 มิ.ย. 2017 14:38
ที่อยู่: เลขที่บัญชี 059 038 9813 ธ.กรุงเทพ กทม.
PM

Re: สวัสดียามเช้า 22 ก.ค.64/ ของใช้งาน /เรียนเชิญครับ

พฤหัสฯ. 22 ก.ค. 2021 08:54

2.เบนเดอร์ดัดท่อทองแดง อิมพีเรียล 368 FH ของเก่าเอาไปใช้งาน ก็สภาพยังดี สีถลอกไปนิดหน่อย ขายไป 430 บาทรวมค่าส่งครับ
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
bordan
หัวข้อ เจ้าของ
โพสต์: 12822
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 28 มิ.ย. 2017 14:38
ที่อยู่: เลขที่บัญชี 059 038 9813 ธ.กรุงเทพ กทม.
PM

Re: สวัสดียามเช้า 22 ก.ค.64/ ของใช้งาน /เรียนเชิญครับ

พฤหัสฯ. 22 ก.ค. 2021 09:02

ปิดการขายเเล้ว 3.คัตเตอร์ตัดท่อ RIDGID 364 ของเก่าเอาไปใช้งาน ก็ของพวกๆกัน ได้มา ลองขายไปเผื่อพอขายได้ ราคาค่อนข้างเเพงนะครับเเละที่สำคัญใบคัตเตอร์ต้องไปหาซื้อเอาเอง หรือใครมีใบอยู่เเล้วรุ่นนี้ ก็เอาไปใช้งานกันนะครับ เป็นรุ่นที่ใช้งานกับเครื่องที่เป็นเเท่นตัด เเท่นต๊าป ของRIDGID เเต่ก็ถอดออกมาใช้งานเป็นตัวตัด ท่อเอาไปตัดที่ไหนก็ได้นะครับ ไม่ต้องใช้เเท่นก็ตัดกันได้ นะครับ ขายไป xxxxxx บาทรวมค่าส่งนะครับ
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
แก้ไขล่าสุดโดย bordan เมื่อ ศุกร์ 23 ก.ค. 2021 12:29, แก้ไขไปแล้ว 5 ครั้ง.
 
dfking
โพสต์: 596
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 28 มิ.ย. 2017 13:22
ที่อยู่: 102 อาคารล็อกซเล่ย์ ชั้น 9 ถ. ณ ระนอง แขวง/เขต คลองเตย กรุงเทพฯ 10110
PM

Re: สวัสดียามเช้า 22 ก.ค.64/ ของใช้งาน /เรียนเชิญครับ

พฤหัสฯ. 22 ก.ค. 2021 09:14

2
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
bordan
หัวข้อ เจ้าของ
โพสต์: 12822
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 28 มิ.ย. 2017 14:38
ที่อยู่: เลขที่บัญชี 059 038 9813 ธ.กรุงเทพ กทม.
PM

Re: สวัสดียามเช้า 22 ก.ค.64/ ของใช้งาน /เรียนเชิญครับ

พฤหัสฯ. 22 ก.ค. 2021 09:19

xปิดการขายเเล้ว 4.สว่านไร้สาย Dewalt 10.8 Volt อิมเเพ็คไดเวอร์ ของเก่าเอาไปใช้งาน ก็เป็นของเก่านะครับ ผมไม่มีเเท่นชาร์จ เเละใส้เเบตฯ ก็ผมเปลี่ยนใหม่เเต่เป็นเเบตฯมือสอง ก็พอเก็บไฟได้อยุ่ นะครับ เอาเเค่พอใช้งานไปชั่วคราวได้ ก่อนใครพอมีสว่านรุ่นนี้หรือเเบตฯรุ่นนี้ก็ ลองเอาไปใช้งานกันดูนะครับ ขายไป xxxxบาทรวมค่าส่งครับ รับประกันการใช้งานกันให้ด้วยครับ ใช้ไม่ดี ตามที่เป็นไปในมาตราฐาน ก็ยินดีรับคืน
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
แก้ไขล่าสุดโดย bordan เมื่อ ศุกร์ 23 ก.ค. 2021 12:30, แก้ไขไปแล้ว 4 ครั้ง.
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
bordan
หัวข้อ เจ้าของ
โพสต์: 12822
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 28 มิ.ย. 2017 14:38
ที่อยู่: เลขที่บัญชี 059 038 9813 ธ.กรุงเทพ กทม.
PM

Re: สวัสดียามเช้า 22 ก.ค.64/ ของใช้งาน /เรียนเชิญครับ

พฤหัสฯ. 22 ก.ค. 2021 09:20

รับทราบการจองนะครับท่านขอบพระคุณอย่างสุงขอให้มีความสุขความเจริญครับ
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
bordan
หัวข้อ เจ้าของ
โพสต์: 12822
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 28 มิ.ย. 2017 14:38
ที่อยู่: เลขที่บัญชี 059 038 9813 ธ.กรุงเทพ กทม.
PM

Re: สวัสดียามเช้า 22 ก.ค.64/ ของใช้งาน /เรียนเชิญครับ

พฤหัสฯ. 22 ก.ค. 2021 12:42

ปิดการขายเเล้ว 5.ประเเจเลื่อนBahco 12 " ของเก่า เอาไปใช้งาน ราคาวันนี้ 680 บาทรวมค่าส่งครับ bahco 12 นิ้ว ราคาหลักร้อย ก็คงจะมีเเต่ตัวนี้เเหละครับ ใครคิดว่ามีที่ไหนถูกกว่านี้กระซิบหน่อยเจ้าของบอกถ้ามีตังค์ไม่ขายหรอกครับราคาเเบบนี้ เเละถ้าไม่เเท้ หรือมีอะไรที่ไม่เป็นไปตามมาตราฐานก็ยินดีคืนเงินเเละก็เอาไปใช้กันฟรีๆไปเลยครับ
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้
แก้ไขล่าสุดโดย bordan เมื่อ ศุกร์ 23 ก.ค. 2021 12:28, แก้ไขไปแล้ว 3 ครั้ง.
 
ภาพประจำตัวสมาชิก
bordan
หัวข้อ เจ้าของ
โพสต์: 12822
ลงทะเบียนเมื่อ: พุธ 28 มิ.ย. 2017 14:38
ที่อยู่: เลขที่บัญชี 059 038 9813 ธ.กรุงเทพ กทม.
PM

Re: สวัสดียามเช้า 22 ก.ค.64/ ของใช้งาน /เรียนเชิญครับ

พฤหัสฯ. 22 ก.ค. 2021 12:45

xปิดการขายเเล้ว6.หินเจียรมากีต้า 9553 NB ของเก่าสภาพดีเอาไปใช้งาน มีบังใบของมากีต้าเเท้ ให้ไป ด้วยนะครับเเต่ผมไม่ได้ถ่ายรูปไว้ ขายไปวันนี้ 1 บาทรวมค่าส่งครับรับประกันการใช้งานให้ 1 เดือน นะครับ
คุณไม่มีสิทธิ์ดูไฟล์ที่แนบมาในกระทู้

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 10 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน