ขาย อุปกรณ์เดินป่า อุปกรณ์ช่าง เครื่องมือช่าง มือหนึ่ง มือสอง

 
Gigi H.
หัวข้อ เจ้าของ
โพสต์: 28
ลงทะเบียนเมื่อ: พฤหัสฯ. 17 ม.ค. 2019 21:58
PM

GULF ภายใต้การนำโดยคุณ สารัชถ์ รัตนาวะดี ขึ้นแท่นสู่โรงไฟฟ้า 11,910 MW

อาทิตย์ 24 มี.ค. 2019 12:17

GULF ภายใต้การนำโดยคุณ สารัชถ์ รัตนาวะดี ขึ้นแท่นสู่โรงไฟฟ้า 11,910 MW

ในปัจจุบันจนถึงปีพุทธศักราชหน้าหลาย ๆ คนคงทราบกันดีว่านักลงทุนด้านพลังงานในประเทศไทยเริ่มจะมีความสนใจในการลงกับบริษัทต่างชาติกันอย่างคึกคัก บอกได้เลยว่าแต่ละรายนั้นรอ PDP ฉบับใหม่ไม่ไหวอีกต่อไป เพราะธุรกิจด้านพลังงานในไทยในภายภาคหน้านั้นดูไม่มีทีท่าในการเปิดให้ประมูลโรงไฟฟ้าเอกชน (IPP) ในระหว่างนี้แน่นอน จึงทำให้เกิดภาวะที่ไฟฟ้านั้นมีเกินความต้องการนั่นเอง

บทสัมภาษณ์ล่าสุดจากประชาชาติธุรกิจ และ “นาย สารัชถ์ รัตนาวะดี (Mr. sarath ratanavadi)” กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ถึงทิศทางการลงทุนธุรกิจพลังงานทั้งในและต่างประเทศ ดังต่อไปนี้


ปักหมุดเวียดนาม

ประเด็นที่สำคัญเลยก็คือ บริษัทมองเห็นถึงโอกาสที่จะสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นที่ประเทศ Vietnam อีก 4 โครงการ และการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าจากกลุ่มประเทศ CLMV โดยตั้งจุดมุ่งหมายไว้ว่ารายได้ภายในปี 2562 จะเติบโตขึ้นกว่า 60% หรือประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท จากปีนี้ที่คาดการณ์ว่าจะได้รายได้ 20,000 ล้านบาท

ปัจจัยหลักจะมาจากโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) ใหม่ที่เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) 5 โรง กำลังการผลิตรวม 600 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าในประเทศ 4 โรงใน 3 จังหวัด (สระบุรี ระยอง โคราช) และโรงไฟฟ้าในเวียดนามอีก 2 โรง เท่ากับว่าจะดันกำลังการผลิตปีหน้าสูงขึ้น เป็น 2,667 เมกะวัตต์ จากปีนี้ที่ 2,200 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตาม บริษัทมองเห็นโอกาสในการลงทุน CLMV อย่างต่อเนื่องทั้งในปีนี้จนกระทั่งถึงปีหน้า โดยเฉพาะการลงทุนกับโรงไฟฟ้าในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว พม่า และเวียดนาม ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษารายละเอียดของรูปแบบการลงทุน ซึ่งน่าจะชัดเจนขึ้นในปี 2562 โดยกัลฟ์ได้เตรียมงบฯลงทุนไว้ 3-4 หมื่นล้านบาท สำหรับระยะ 5 ปีนี้ โดยเป็นโครงการผลิตไฟฟ้าใหม่จากผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีกำลังผลิต 5,000 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้า SPP จำนวน 3 โรงที่มีกำลังผลิตถึง 120 เมกะวัตต์ / โรง

“ค่าไฟตกไม่มีผลต่อการลงทุนปีหน้า ซึ่งยอดจะโตจากโรงไฟฟ้าเวียดนาม แต่โครงการต่างประเทศจะเน้นการลงทุนในเวียดนามเป็นพิเศษ ทั้งโครงการโซลาร์ฟาร์มและลม ที่ประเทศเวียดนามน่าสนใจที่สุดเพราะเศรษฐกิจมีการขยายตัวมาก และมีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงทั้งภาคครัวเรือนและธุรกิจ เพราะฉะนั้น คงไม่จำเป็นต้องรอ PDP”

บอร์ดไฟเขียวหุ้นกู้หมื่นล้าน

ล่าสุดในการประชุมผู้ถือหุ้น GULF ครั้งที่ 1/2562 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บอร์ดได้อนุมัติให้บริษัทออกและเสนอขายหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท อายุ 10 ปี โดยจะนำส่วนหนึ่งไปไถ่ถอนหุ้นกู้ชุดเดิมที่จะครบกำหนดไถ่ถอนกลางปีหน้าราว 6 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือจะนำมาใช้เพื่อการลงทุนอื่น ๆ โดยเฉพาะการลงทุนต่างประเทศ เน้นไปที่ประเทศโอมานมูลค่า 483 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ กำลังผลิตติดตั้ง 326 เมกะวัตต์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565

รอ PDP ฉบับใหม่

ส่วนแผนการลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศไทย กัลฟ์ฯ ยังมีแผนจะขยายโรงไฟฟ้าในประเทศต่อเนื่องจนถึงปี 2567 แต่ยังต้องรอแผน PDP ฉบับใหม่ออกมาอย่างชัดเจนก่อน ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงต้นปี”62 จึงจะเห็นภาพการลงทุนในประเทศไทยที่ชัดเจนมากขึ้นในปีหน้า ประกอบกับการที่บริษัทเข้าซื้อซองประกวดราคาโครงการลงทุนของภาครัฐในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง และท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 นั้น อยู่ระหว่างพิจารณาศึกษาโอกาสในการลงทุนในพื้นที่ EEC เท่านั้น จึงยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะเข้าไปลงทุนหรือไม่อย่างไร

พูดถึง “กัลฟ์ฯ”

ตามที่ได้ปรากฏภาพก่อนหน้านี้ กัลฟ์ฯได้เจรจาร่วมทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 340 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุน 650 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กับนักธุรกิจเวียดนามสำเร็จในเดือนสิงหาคม 2561 โครงการดังกล่าวเป็นสัญญาซื้อขายหุ้นและสัญญาผู้ถือหุ้นกับนักธุรกิจเวียดนามที่มีชื่อว่า นางฮวิน บิค ง็อค นักธุรกิจขนาดใหญ่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงธุรกิจพลังงาน ทำให้ปัจจุบันกัลฟ์ฯได้มีการลงทุนโรงไฟฟ้า 33 โรงใน 3 ประเทศ มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 11,910 เมกะวัตต์

โดยมีลูกค้าตามกำลังผลิตในประเทศ กฟผ. 88% แบ่งเป็นธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 4 โรง ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 3 โรง และธุรกิจอื่นโดยมีพันธมิตร อาทิ WHA มิตซุย เป็นที่แน่ชัดว่าในปีหน้าจะเห็นภาพการเติบโตจากการลงทุนในประเทศ เป้าหมายทั้งโอมานและเวียดนาม และยังคงต้องจับตาการลงทุนของกัลฟ์ฯในอีกหลายประเทศ

แต่ทั้งหมดนี้มั่นใจได้เลยว่า จะเห็นการเติบโตของรายได้ในช่วง 3-5 ปีต่อจากนี้จนถึงปี 2564 บริษัทจะมีรายได้ถึง 50,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน

ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 2 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน